วันพฤหัสบดี, 25 กรกฎาคม 2567

“แตงโม นิดา” เปิดใจหลังไม่ถูกกับคุณแม่นาน 10 ปี

.

“แตงโม นิดา” เปิดใจหลังไม่ถูกกับคุณแม่นาน 10 ปี

.

นีกแสดงสาว “แตงโม นิดา” ควง “คุณแม่” เปิดใจครั้งแรกหลังจากไม่ลงรอยกันนาน 10 ปี พร้อมเล่าเรื่องราวในชีวิตและพูดถึงความรักกับหนุ่มนอกวงการ ในรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่องวัน 31

 

"แตงโม นิดา" ควงคุณแม่ "ภนิดา" เปิดใจสัมพันธ์แม่-ลูก หลังไม่ลงรอยกันมานับ 10 ปี

 

ณพ่อ คุณแม่แยกทางกันตั้งแต่ 3 ขวบ?

แตงโม : “ใช่ค่ะ ตอนนั้นถามว่ารู้ไหม ก็ยังงงๆ ก็จะพอทราบอยู่ว่าคุณพ่อ คุณแม่มีปากเสียง สักพักก็จะคิดว่าทำไมเหลือแต่คุณพ่อคนเดียว จนโตขึ้นมาหน่อยถึงรู้ว่าคุณพ่อ คุณแม่แยกทางกัน”

นี่เป็นครั้งแรกที่คุณแตงโมและคุณแม่ให้เกียรติรายการคุยแซ่บ Show อยากให้ย้อนไปนิดนึงว่าตอนวัยเด็กเราใช้ชีวิตกันยังไง?

แตงโม : “ตอนที่อยู่กับคุณพ่อ อย่างที่หลายๆ คนเห็น คุณพ่อเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ลองผิด ลองถูกด้วยตัวเอง คุณพ่อพยายามเติมเต็มให้เรา เพราะว่าเราไม่ได้อยู่กับคุณแม่ แต่บางเรื่องที่เป็นเรื่องผู้หญิง เช่น เรื่องของประจำเดือน คุณพ่อก็ยังยกให้เป็นหน้าที่ของคุณแม่อยู่ในเรื่องของการปรึกษาอะไรพวกนี้”

ตอนเด็กเราอยู่กับพ่อจริง แต่เรายังคุยกับคุณแม่ตลอด?

แตงโม : “ใช่ค่ะ เขาจะตกลงกัน เสาร์-อาทิตย์ ไปอยู่กับคุณแม่ ปิดเทอมไปอยู่กับคุณแม่ วันธรรมดาก็จะอยู่กับคุณพ่อ”

แล้วช่วงที่ขาดการติดต่อกับคุณแม่ไป ช่วงวัยไหน?

แตงโม : “น่าจะเป็นช่วงที่เข้าวงการมาแล้วสักพัก ที่ห่างกับคุณแม่เพราะว่าตอนนั้นคุณแม่ก็มีครอบครัวด้วย คุณแม่แต่งงานกับคุณท่านนึง ซึ่งเราเองก็อยากให้เกียรติด้วยที่จะไม่เอ่ยถึงเขา เพราะว่าเขาเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”

มีอยู่พักนึงที่แม่กับพ่อพยายามคืนดีกัน แต่ว่าไปไม่รอด?

แม่ : “ใช่ค่ะ ตอนนั้นพยายามอยู่นานพอสมควร ก็มีข้อแม้ว่าคุณพ่อต้องเลิกสูบบุหรี่ คุณพ่อทำไม่ได้ เพราะว่าน้องเป็นโรคภูมิแพ้เลย แต่คุณพ่อทำไม่ได้ ให้ทำเพื่อลูกนะ ไม่ได้ทำเพื่อเรา เขาทำไม่ได้แล้วเขาไม่ทำ ก็จบ ชีวิตเขาก็คงอยู่กับบุหรี่”

ตอนนั้นมีโอกาสได้กลับมาคืนดี กลับมาคุยกัน นานไหม?

แม่ : “ไม่ดี ไม่นาน”

แตงโม : “น้องประมาณ 5 ขวบ”

แม่ : “แม่ขี้รำคาญ ถ้าพูดไม่รู้เรื่อง”

แตงโม : “คุณแม่จะเป็นคนที่เจ้าระเบียบมาก คือเป็นสาวไทยที่หัวโบราณ อยู่กับคุณแม่ คุณแม่จะบอกว่าห้ามเคี้ยวเสียงดัง ห้ามนั่งกระดิกขา เวลาไปที่ไหนห้ามจับบันไดเลื่อน คือถนุถนอมเหมือนลูกสาวฝัน โตมาอยากให้ลูกไปเรียนเปียนโนบ้าง เรียนอะไรที่เป็นผู้หญิง เราก็ไปลองทำทุกอย่างที่คุณแม่อยากให้ทำ แต่ด้วยความที่เราเองไม่ได้ใจรักขนาดนั้น โมเป็นผู้หญิงแมนๆ ก็เลยไม่สำเร็จสักอย่าง”

 

แตงโม นิดา ควงคุณแม่เปิดใจ หลังไม่ลงรอยกันมานับ10ปี

 

แล้วทำไมตอนเด็กๆ ถึงย้ายบ้านหนีแม่?

แตงโม : “คุณแม่มีครอบครัวใหม่ ตัวโมเองก็ทำงานค่อนข้างเยอะมากๆ  เพราะฉะนั้นโอเค เราต่างคนต่างอยู่ดีกว่า คือเราคิดเอง เราไปดีกว่า โดยที่ไม่ได้บอกอะไรคุณแม่เลย ตอนนั้นเป็นช่วงที่ตัวโมเองยังเป็นวัยรุ่นที่ยังคิดไม่ได้ รู้สึกว่าคุยกันทีไรไม่ค่อยรู้เรื่อง ทัศนคติไม่ค่อยลงรอยก็เลยหนี”

พอลูกหนี แม่ตามหาไม่เจอ เรารู้สึกยังไงบ้าง?

แม่ : “ก็ต้องตามจนเจอ ตามไปเขาใหญ่ ช่อง 7 ตามคอนโดต่างๆ ที่อยู่ในซอกซอย บางที่ไม่ได้เจอตัว แต่เจอข้าวของ แค่นั้นก็สบายใจว่าเขาอยู่ตรงนี้นะ”

รู้ไหมว่าแม่เขาตาม?

แตงโม : “ตอนแรกไม่ได้รู้อะไร แต่มีอยู่วันนึงถ่ายละครอยู่ เมื่อก่อนการที่ช่องจะเรียกเราเข้าไปแสดงว่าเราต้องทำอะไรผิดมากแน่ๆ เลย เขาเรียกว่าห้องดำ ภัทรธิดา พอดีคุณแม่มาตามหาที่ช่อง เราก็เอาแล้วทำยังไงดี โมก็คิดว่าคุณแม่ไปทำอะไรที่ช่องทำไมไม่มาหาตามกองถ่าย โมเสียวเลยว่าโมทำอะไรผิดหรือเปล่า วันนั้นโมต้องถ่ายละครต่อ เลยโทรศัพท์คุยกัน”

ทำไมแม่ไปตามที่ช่อง?

แม่ : “เราต้องใช้สมองคิด ช่วงนี้หายไป เบอร์โทรศัพท์ไม่มีแล้วจะไปหาลูกที่ไหน คือขอให้มีการติดต่อได้เท่านั้น ก็ไปได้เบอร์จากเจ้าหน้าที่ในนั้น ก็แค่นั้นโทรหาเขาแล้วคุยกัน แล้วคุณพ่อเขาก็โกรธบอกว่าออกมาจากที่นั่นเดียวนี้ มาทำไม ก็บอกเขาว่าฉันมาตามลูก”

ที่บอกว่าตามเจอทุกครั้ง นั่นแปลว่าหนีหลายครั้ง?

แตงโม : “จริงๆ มันก็ไม่ได้มาก ประมาณ 2 ครั้ง”

แม่ : “พ่อพาหนี ไม่ใช่น้องโมหนีเอง”

แม่โกรธไหมตอนที่เขาหนี?

แม่ : “พอตามเจอก็ไม่โกรธนะคะ”

 

ตอนเด็กที่เราหนีแม่ไปกับพ่อ มีแอบคิดไหมว่าแม่ไม่รักเรา?

แตงโม : “อันนี้เป็นปมตั้งแต่เด็กๆ เลย ด้วยความที่คุณแม่มีพี่ชายมาก่อน แต่คนละคุณพ่อกัน เราจะคิดว่าคุณแม่รักพี่ชายมากกว่า เพราะว่าเขาเป็นลูกคนแรกและเป็นลูกชาย เรามีความรู้สึกว่าทำไมคนสองคนมีลูก แต่ทำไมไม่ยอมดีกันเพื่อลูก เรามีความรู้สึกว่าทำไมผู้ใหญ่สองคนนี้เขาไม่ได้รักเราจริงเหรอ ถ้าเขารักเราจริง เขาต้องทนอยู่กันได้เพื่อลูก อันนี้คือความคิดของตอนที่เป็นเด็ก แต่พอเราโตขึ้นมาพอที่จะรู้ความแล้ว เริ่มมีแฟน ได้ประสบการณ์ความรักของตัวเอง และจากการที่เรามีลูกเอง เราขะเข้าใจแม่มากขึ้นเรื่อยๆ”

แม่รู้ไหม ตอนเด็กๆ เขาคิดแบบนี้?

แตงโม : “รู้ๆ แต่แม่ไม่อยากทำลายครอบครัว คือคุณพ่อรักเขามาก ดูแลทุกอย่างไปรับ ไปส่งกองถ่าย เขาอยู่กับพ่อก็ดีกว่าไปอยู่กับคนอื่น เราก็ปล่อยเขาไป แต่ขอแค่เราตามให้เจอ แค่นั้น”

มันเป็นปมในใจไหมว่าพ่อแม่เรา ไม่เหมือนพ่อแม่บ้านอื่น?

แตงโม : “สมัยที่โมเด็กๆ เขายังใช้คำว่าเด็กมีปัญหาถ้าพ่อกับแม่เลิกกัน ในสมัยนั้นโมฝังใจกับคำนี้มาก แล้วโมก็อยากให้คุณพ่อกับคุณแม่มาดีกันในตอนเด็กพอโตมาเราได้เป็นแม่เอง เราเคยมีความรัก โมรู้สึกว่าโมโชคดีนะที่คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ดีกัน เพราะเรามีความรู้สึกว่าต่อให้ดีกันแล้วมาทะเลาะต่อหน้าเรา โมว่าไม่คุ้ม มันจะเป็นภาพติดตาเราตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นให้แนกกันอยู่ แล้วเจอกันด้วยความคิดถึงดีกว่า”

อายุเท่าไหร่ ตอนที่เราเริ่มคิดได้?

แตงโม : “ตอนนั้นน่าจะประมาณ 16 คือไม่ต้องการให้คุณพ่อ คุณแม่มาดีกันแล้ว มีความรู้สึกแบบนั้น  เพราะถ้ามาทะเลาะให้เราเห็น เราจะเป็นคนที่ได้รับพลังลบคนเดียวเลย”

นานขนาดไหนที่พี่โมกับคุณแม่ แยกออกจากกัน ไม่ติดต่อกันเลย?

แตงโม : “เคยเกินปีนะ 3 ปีเคยมี”

แม่ : “ไม่ได้คุย ไม่ได้เจอ คุยแต่โทรศัพท์”

แล้วมันกลับมารักกัน สนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่?

แตงโม : “สมัยก่อน เราก็กำหนดไว้ชัดเจนว่าเราอยู่กับพ่อ เจอกับคุณแม่เป็นบางครั้ง มีอยู่ช่วงนึงประมาณ 1-2 ปีที่แล้ว โมไม่สบายมากๆ คือโมเป็นซึมเศร้าหนักมากในช่วงที่คุณพ่อก็เพิ่งเริ่มป่วย แล้วโมมีเรื่องส่วนตัวที่โมเจ็บหนักมาก และเสียใจมาก ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง โมก็เลยไปโรงพยาบาล อยู่ในวอร์ดจิตเวชประมาณ 7 วัน โมรู้สึกว่าอยู่ในนั้นคล้ายๆ อยู่ในคุกดีๆ นี่แหละ ทุกอย่างสื่อสารกันไม่ได้ ห้ามคนไข้คุยกัน แล้วมีความรู้สึกว่าตอนนั้นไม่รู้สึกอะไร อยากโทรหาคุณแม่ อยากบอกคุณแม่ว่าเราไม่สบายนะ  เพราะว่าคุณพ่อก็มาเยี่ยมทุกวันอยู่แล้ว แต่ว่าแม่ยังไม่รู้เลยว่าลูกตัวเองเป็นอะไร เพราะฉะนั้นขอคุณพี่พยาบาลว่าขอโทรหาคุณแม่หน่อย โมจะบอกไว้เลยว่าใครบ้างที่โมจะให้เข้าเยี่ยม แล้วใครบ้างที่โมจะรับสายหรือโทรออก โมก็โทรหาคุณแม่ บอกคุณแม่ว่าน้องไม่สบาย”

แม่ : “แม่ไม่คิดว่าเขาจะป่วยหนักขนาดนี้ที่จะต้องพบหมอจิตเวช พอไปก็เห็นห้อง เห็นบรรยากาศ ตกใจนี่ลูกเราเป็นถึงขนาดนี้เลยเหรอ ก็เข้าไปกอดเขา คุยกันยาวมากตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน”

แตงโม : “เราคุยกัน แล้วคุณแม่ก็เล่าบางเรื่องที่เราไม่เคยรู้ในสมัยเด็ก แล้วเรารู้สึกว่าแม่รักเรานะไม่ใช่ไม่รัก แล้วก็เป็นห่วงเรามากๆ โมรู้สึกว่าเหตุการณ์นั้นในความป่วยของเรา ในวิกฤตของเรา โมรู้สึกว่าพระเจ้าต้องทดสอบอะไรเราอยู่ ให้บททดสอบที่ค่อนข้างจะหนักมากๆ แต่โมรู้สึกว่าจุดประสงค์ของพระเจ้าต้องการให้เราได้อะไรจากตรงนั้น  โมเลยรู้สึกว่าจากเหตุการณ์แย่ๆ ในวันนั้น โมได้แม่คืนมาทั้งคน โมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่คุ้มมาก”

แสดงว่าวันนั้นคือวันปลดล็อกเราเลย?

แตงโม : “ใช่ค่ะ”

ที่หายมาได้ส่วนนึงเป็นเพราะแม่?

แตงโม : “ส่วนนึงก็เพราะแม่ด้วย”

แสดงว่าชีวิตเราเพิ่งจะเปลี่ยนได้ 2-3 ปีนี้เอง?

แตงโม : “ใช่ค่ะ เพิ่งกลับมาสนิทกับคุณแม่ เมื่อก่อนเหมือนสนิทกันในความรู้สึกแม่ ลูก รู้ความเป็นมา เป็นไปของกันและกันแบบห่างๆ แต่ไม่ลึกมากเท่ากับ 2-3 ปีที่ผ่านมาคือในช่วงปลดล็อกที่โมอยู่โรงพยาบาล และอีกครั้งเป็นช่วงที่คุณแม่มาหาตอนที่คุณพ่อไม่สบาย คุณแม่มาอยู่กับคุณพ่อแทบทุกวัน แล้วโมมีความรู้สึกว่านี่แหละภาพที่โมอยากเห็น แล้วสุดท้ายคนที่เคยรักกัน เขาเป็นห่วงเป็นใยกัน แล้วโมรู้สึกว่ามันมีวาระของมันที่จะเกิดในสิ่งที่เราอยากให้เกิด”

 

แตงโม นิดา ควงคุณแม่เปิดใจ หลังไม่ลงรอยกันมานับ10ปี

ทำไมตอนนั้นคุณแม่ตัดสินใจมาดูแลคุณพ่อ?

แม่ : “จริงๆ ตอนนั้นคุณแม่ก็ไม่ค่อยสบายอยู่แล้ว เป็นไทรอยด์ คุณพ่อเนี่ยเป็นคนที่ไม่ฟังใคร ดื้อ กูใหญ่คนเดียว กูเก่งคนเดียว นี่ไม่ได้ว่านะ มันก็จะเป็นบทเรียนให้ท่านผู้ชมที่ดูอยู่ได้เข้าใจด้วยว่าสิ่งที่คุณพ่อทำมันผิด มันไม่ใช่แค่ผู้หญิง ผู้ชาย นอกใจกัน ผู้หญิงผิด ผู้ชายผิด มันไม่ใช่ แต่ของคุณพ่อมันเป็นเรื่องอารมณ์ เขาเป็นคนที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว เกรี้ยวกราด อารมณ์ร้อน”

ตอนคุณพ่อไม่สบาย คุณแม่ได้นั่งเคลียร์หรือว่าบอกอะไรให้คุณพ่อรับรู้ไหม?

แม่ : “คุณพ่อไม่สบายประมาณ 2 เดือน อยู่ในสภาพโคม่า  เราก็ดูแล จ้างพยาบาล แล้วคุณแม่เนี่ยความรู้สึกบอกตรงๆ เราหย่ากันมา 30 ปี แต่ทำไมต้องไปดูแลเขา เราเป็นห่วง เขาไม่มีใคร เขาไม่ได้แต่งงานใหม่ เราก็ไปดูแล ไปนั่งคุย ตอนนั้นยังพอคุยได้อยู่  เขาก็ขอคุณแม่จับมือ เราก็ให้จับ ก็นั่งจับมืออยู่อย่างนั้นจนเขาหลับไป”

แตงโม : “เป็นภาพที่โมรอคอยมาทั้งชีวิต”

แม่ : “สรุปแล้วเขาเป็นมะเร็งที่ปอด เรื่องจากสูบบุหรี่ แล้วเขาก็หลับๆ ตื่นๆ เราก็ต้องนั่งเฝ้า”

แตงโม : “คุณพ่อจะขอจับมือแม่ เหมือนเขาอยากได้กำลังใจ”

แม่ : “เหมือนเขาคิดว่าเราทิ้งเขาไป คุณแม่ก็ให้ทุกอย่างในสิ่งที่ควรจะให้ ก็บอกเขา พ่อเรามาเจอกันตอนแก่นี่นะ ตอนดีๆ เราก็ไม่ได้พูดกันดีๆ ก็ขออโหสิกรรมต่อกัน ขอให้คุณพ่อไปดี แล้วคุณแม่ก็จะดูแลน้องโมอย่างดี คุณพ่อนับถือคริสต์”

ถ้าพ่อเห็นช็อตนี้ที่โมมาออกรายการกับคุณแม่ คิดว่าคุณพ่อรู้สึกยังไง?

แตงโม : “พ่อยิ้มอยู่ข้างบนแน่ๆ เพราะว่าไม่ว่าว่าจะไปอยู่กับใครก็ตาม สุดท้ายก็ไม่น่าไว้ใจเท่าแม่เราเอง รู้สึกว่าหมดพ่อไปแล้ว ก็มีคุณแม่กับคุณลูกที่ต้องอยู่กันสองคนใช้ชีวิตต่อไปให้ได้อย่างมีความสุข”

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ยูนิลีเวอร์ประเทศไทย ลุยศึก ชิงแชมป์ผ้าขาวเจิดจ้า กระทบไหล่ “พีพี กฤษฎ์” ผ่านกิจกรรม โอโมลิมปิก
แอฟ ทักษอร เล่าย้อนชีวิต 5 ปีก่อน ! โดนมรสุมชีวิตรักซัดหนักมาก อาตุ่ย ดึงสติด้วยคำพูดนี้?
น้ำหวาน ซาซ่า เผยสาเหตุผื่นขึ้นทั้งตัว! จนเข้า รพ. หลังใส่ชุดมือสอง !
ครูไพบลูย์ แสงเดือน เคลียร์ชัด ทำไมชอบถอดเสื้อถ่ายรูป? แฮชแท็กแซ่บมาก
สิ้นสุดการรอคอย ชวนแฟนๆร่วมดู “รัก…ใต้บรรทัด (BATTLE OF THE WRITERS)” แบบใกล้ชิดก่อนใคร ในงาน “รักใต้บรรทัด | SPECIAL EP.1”
“แมท ภีรนีย์” ปล่อยภาพพรีเวดดิ้งเซ็ตที่ 2 แต่ละรูปคือหวานฉ่ำ