วันพุธ, 21 กุมภาพันธ์ 2567

ผลตรวจแอลกอฮอล์ หนุ่มนามสกุลดัง ตรวจแล้วไม่พบแอลกอฮอล์ในร่างกาย

ผลตรวจแอลกอฮอล์ หนุ่มนามสกุลดัง พนักงานสอบสวน สน.ทางด่วน 1 ใช้เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์แบบพกพาทำการเป่า ในช่วงหลังเกิดเหตุ พบว่าไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย

จากกรณี นายศรวีร์ จำปาทิพย์พงศ์ อายุ 22 ปี รถเก๋ง ยี่ห้อแลนโรเวอร์ สีดำ ทะเบียน ฌว333 กรุงเทพมหานคร ชน นายเอกชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ชาวจ.สระแก้ว คนขับรถทำความสะอาดขูดผิวการจราจร เสียชีวิต บนทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทิศทางจากบางนามุ่งหน้าดาวคะนอง แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ

จากการสอบสวน นายอนุสรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) หนึ่งในคนงานที่เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ตอนที่คนงานกำลังทำงานขูดผิวถนน เตรียมปูพื้นยางมะตอยใหม่ และเปิดช่องทางให้รถผ่านเพียงช่องทางเดียว โดยขณะนั้นกำลังทำงานอยู่หน้าป้ายจราจรบอกเตือนการก่อสร้าง ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ก็มีรถเทรลเลอร์กำลังขับเข้ามา

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งรถเก๋งคันนี้ได้ขับปาดหน้ารถเทรนเลอร์มาด้วยความเร็ว คาดว่าไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วชนเข้าที่รถของคนงานอย่างแรง ทำให้รถไปกระแทกกับขอบทางจนผู้ตายซึ่งเป็นคนขับกระเด็นออกมาจากรถประมาณ 20 เมตร และยังมีคนงานอีกคนที่อยู่บนรถคันเดียวกันบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนขับรถเก๋งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย พอลงรถมาก็พบว่ามีกลิ่นแอลกอฮอล์และมีท่าทางคล้ายคนเมาสุรา

จากการตรวจสอบพบว่า นายศรวีร์ คนขับรถเก๋งใช้นามสกุลเดียวกับเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังเกิดเหตุถูกคุมตัวไปที่สน.ทางด่วน 1 แต่พบว่ามีอาการบาดเจ็บ จึงถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์ และให้แพทย์ตรวจหาแอลกอฮอล์ในเลือดเพื่อนำมาประกอบในสำนวนคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจ โดยยังไม่ได้ตรวจเบื้องต้นที่สถานีตำรวจ ซึ่งผู้บาดเจ็บขอนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อน

วันที่ 31 ม.ค.2565 พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ว่า จากการตรวจสอบยืนยันว่า พนักงานสอบสวน สน.ทางด่วน 1 มีการใช้เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์แบบพกพาทำการเป่า ในช่วงหลังเกิดเหตุ และไม่พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ซึ่งในเวลาต่อมาผู้ขับขี่มีความประสงค์จะไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล พนักงานสอบสวนจึงได้ประสานทางโรงพยาบาลให้ทำการตรวจเลือดเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการประกอบสำนวน

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของข้อหา ขณะนี้ความผิดเบื้องต้นเข้าข่ายขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ซึ่งทราบว่าตัวผู้ขับขี่ขณะนี้ยังขอรักษาตัวอีก 2 วัน เมื่อเสร็จสิ้นการรักษา จะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อหาอีกครั้ง

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการป้องกันการเกิดเหตุแบบนี้ในอนาคต จะมีการหารือร่วมกับการทางพิเศษ เพื่อหาแนวทางป้องกันอีกครั้ง ส่วนต่อจากนี้ ในเรื่องของการปฏิบัติ ณ วันเกิดเหตุว่ามีการตั้งป้ายเตือนไว้อย่างไรบ้าง จะมีการตรวจสอบเพิ่มเติม และในส่วนของประเด็นเกี่ยวกับความเร็วและข้อหาอื่น ๆ หากพบว่ามีการกระทำความผิดใดเพิ่มเติมอีกทั้งเรื่องความเร็วและประเด็นอื่น ก็จะดำเนินการแจ้งข้อหาเพิ่มเนิมภายหลังอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด