วันศุกร์, 23 กุมภาพันธ์ 2567

นักข่าวเจอกับตัว ชายแต่งกายคล้ายทหารขับรถหาเรื่อง ก่อนจอดลงมาด่า หวิดมีมวย ล่าสุดมีทหารยศพันเอกติดต่อขอเจรจา

ภาพจากกล้องหน้ารถและท้ายรถของ นายพงศกร รอดภัย ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดสมุทรปราการ จับภาพขณะขับขี่รถยนต์ส่วนตัวมาตามถนนเพชรเกษมขาเข้า ช่วงหลักกิโลเมตร ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 157 หรือแยกขวาเข้าเมืองเพชรบุรี โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น.ของวันนี้ (2 ก.พ.65)

โดยภาพจากกล้องหน้ารถจะเห็นว่านายพงศกรขับมาตามถนนในเลนกลางซึ่งเลนซ้ายมีรถบรรทุกส่วนเลนขวาว่าง จังหวะนั้นภาพจากกล้องหลังรถของนายพงศกร จับภาพได้ขณะที่ขับมาในเลนกลาง ปรากฏว่ารถกระบะคู่กรณีได้ขับจี้ท้ายรถแล้วเปิดไฟสูงไล่ ทั้งที่ในเลนขวาว่างแต่ไม่ยอมแซง ระหว่างที่ถูกเปิดไฟสูงไล่นายพงศกรก็ขับตามเลนปกติจนเข้าเลนซ้ายเพื่อให้รถคู่กรณีขับออกขวาไป แต่คู่กรณีกลับแซงขวาแล้วเข้าซ้ายในเลนของนายพงศกร แล้วเบรกใส่หลายครั้ง จึงออกขวาเพื่อแซงคู่กรณีเพราะไม่อยากเกิดปัญหา แต่คู่กรณีกลับไม่ยอมจบและขับจี้ท้ายอย่างกระชั้นชิดเปิดไฟสูงกะพริบใส่หลายครั้งเพื่อให้จอด นายพงศกรจึงตัดสินใจจอดที่ขอบทางในเลนขวาสุดเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่กลับถูกคู่กรณีเปิดกระจกและตะโกนด่า

จากนั้นเรียกให้เข้าซ้ายเพื่อหยุดพูดคุย พอรถจอดซ้ายต่อท้ายรถคู่กรณีได้ ชายคนขับแต่งกายคล้ายทหาร ได้เดินลงมาจากรถและต่อว่าพร้อมกับหาเรื่องกับนายพงศกร จนเจ้าตัวออกจากรถไปเจรจา กับคู่กรณี ซึ่งมีกล้องที่รถจับภาพได้ทั้งหมด แต่คู่กรณีกลับไม่ยอมและพยายามหาเรื่องง้างมือจะทำร้ายร่างกายนายพงศกร จนมีการสอบถามว่าเป็นทหารสังกัดใดและฝ่ายคุณพงศกรจึงแสดงตัวว่าเป็นนักข่าวจากนั้นจึงนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกวิดีโอเพื่อเป็นหลักฐาน จังหวะนั้นคู่กรณีจึงเข้าล็อกที่ข้อมือจนมีนักข่าวที่นั่งรถมาด้วยกันเข้าห้ามปราม จนชายคนดังกล่าวขึ้นรถขับออกไป  หลังเกิดเหตุนายพงศกร ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองเพชรบุรี เพื่อขอให้ติดตามชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดี

โดยหลังเกิดเหตุนายพงศกร ได้นำคลิปดังกล่าวลงเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ต้นปราการ ฅนข่าว พร้อมกับเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยเจ้าตัวระบุว่าขับรถกำลังจะกลับบ้านพักที่ย่านสมุทรปราการ โดยภายในรถมีเพื่อนนักข่าวด้วยกันหลายสังกัดนั่งมาด้วยรวม 4 คน จนมาเจอคู่กรณีขับมาหาเรื่อง ยืนยันไม่ได้ขับรถปาดหรือขับรถขวางทางคู่กรณีมาก่อนแต่อย่างใด ล่าสุดมีนายทหารยศพันเอกนายหนึ่งติดต่อนายพงศกร เพื่อขอโอกาสให้นายทหารคู่กรณี แต่ทางด้านนายพงศกรยังไม่ได้มีการเจรจาพูดคุยแต่อย่างใด คาดเตรียมจะเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

โดยนายพงศกร ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด กร่างดีนักเดี๋ยวรู้เรื่อง ไม่รับกระเช้านะครับ และขอเรียกร้องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีให้ดำเนินการกับจนท.คนนี้ด้วย หากปล่อยไว้เดี๋ยวจะไปกร่างใส่คนอื่นอีก”

 

 

 

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
AHF – หอวังนนท์ รณรงค์วัยใสใช้ถุงยางอนามัยป้องกันโรคเชิญ “ชูรัก ชูรส” ร่วมกิจกรรม “ถุงยางอนามัย ทันสมัยอยู่เสมอ”
GoldenHome Living แบรนด์เฟอร์นิเจอร์จีนขยายฐานการผลิตในไทย!
“สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์สมเด็จพระสังฆราช ในพิธีประทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษา
“มาดามเดียร์” เดินหน้าทำตามสัญญาประชาชน ยื่นร่างกฎหมาย “สมรสเท่าเทียม-อากาศสะอาด”
AHF ร่วมกับ โรงเรียนวัดราชโอรส จัดกิจกรรมวันเอดส์โลก “อยากรัก ไม่ผิด…อย่าลืมคิดที่จะป้องกัน”
สำนักงาน ป.ย.ป.จัดการสัมมนาเพื่อสรุปผลการขับเคลื่อนภารกิจ“ความร่วมมือสู่ความสำเร็จ”