วันพุธ, 21 กุมภาพันธ์ 2567

ปฏิบัติการ “ล้างบาปปราบอลัชชี” ทุจริตเงินทอนวัด 123 ล้าน จังหวัดนครนายก

 

ปฏิบัติการ “ล้างบาปปราบอลัชชี” ทุจริตเงินทอนวัด 123 ล้าน จังหวัดนครนายก

 

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 18 ก.พ. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปปป. บูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ บก.ปอท, เจ้าหน้าที่บก.รฟ., เจ้าหน้าที่ บก. ทล., เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. รวมกว่า 60 นายเปิดปฏิบัติการ “ล้างบาปปราบอลัชชี ทุจริตเงินทอนวัด” กระจายกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 5 จุด ในพื้นที่ จ.นครนายก จ.นนทบุรี และ กรุงเทพมหานคร เพื่อตามจับผู้กระทำผิดทุจริตเงินอุดหนุนวัด ของสํานักงานพระพุทธศาสนา รวมถึงตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด

 

 

โดยเป้าหมายสำคัญของการตรวจค้นอยู่ที่ กุฏิเจ้าอาวาสวัดเขาทุเรียน ต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก ซึ่งเป็นที่จำวัดของ พระสิทธิวรนายก หรือ เจ้าคุณแจ็ค เจ้าอาวาสวัด หรือ อีกตำแหน่งคือรองเจ้าคณะจังหวัดนครนายก ทั้งนี้เมื่อพบตัว พระสิทธิวรนายกเจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายค้นศาลจังหวัดนครนายก เพื่อขอเข้าทำการตรวจค้นหาพยานหลักฐานต่างๆ ภายในกุฏิ ก่อนจะนิมนต์พระสิทธิวรนายก ไปยัง สภ.เมืองนครนายก เพื่อทำการสอบปากคำ พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหา อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้นิมนต์ เจ้าอาวาสวัดอื่นๆในพื้นที่ จ.นครนายก ที่เกี่ยวข้องอีก 11 วัด มาทำการสอบปากคำยัง สภ.เมืองนครนายก อีกด้วย

 

 

 

สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้รับการร้องเรียนให้ดำเนินการตรวจสอบงบอุดหนุนวัดของสํานักงานพระพุทธศาสนา ช่วงระหว่างปี 2550-2559 ของ จ.นครนายก หลังพบความผิดปกติหลายอย่างจนเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น จึงลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริง จนกระทั่งพบว่า นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.สํานักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีทุจริตเงินทอนวัดเคสเก่า ที่อยู่ระหว่างหลบหนี พร้อมพวกเจ้าหน้าที่สํานักพุทธฯ ได้ร่วมกับ พระสิทธิวรนายก และเจ้าอาวาสวัดต่างๆในพื้นที่ ทุจริตเงินอุดหนุนจากสำนักพุทธ ที่อนุมัติให้วัดต่างๆใน พื้นที่ จ.นครนายก 12 วัด ในวงเงินงบประมาณ 123 ล้านบาท

โดยหลังจากเจ้าอาวาสแต่ละวัดได้รับเงินอุดหนุนแล้ว ก็จะทำการถอนเงินสดออกมาทั้งหมดแล้วนําไปให้พระสิทธิวรนายก จากนั้นก็จะแบ่งเงินเพียงบางส่วนทอนให้วัดต่างๆคืนไป โดยอ้างว่าจะต้องเอาเงินส่วนที่เหลือไปมอบให้สํานักพุทธเพื่อนําไปบริจาคให้กับวัดอื่นๆที่ยังขาดแคลนงบประมาณ รวมเงินที่เจ้าอาวาสวัดเขาทุเรียนรวบรวมมาได้ กว่า 110 ล้านบาท ก่อนจะนําเงินไปแบ่งกับ นายนพรัตน์

อย่างไรก็ตามจากการสืบสวนยังพบอีกว่า ทั้ง อดีต ผอ.สํานักงาน พระพุทธศาสนา และ เจ้าอาวาสวัดเขาทุเรียน หลังได้เงินมาแล้ว ได้นำเงินบางส่วน ไปซื้อที่ดินทรัพย์สิน ต่างๆจํานวนมาก โดยมีหลักฐานยืนยันชัดเจนแล้วว่า ทั้งคู่ได้กว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านในพื้นที่ จ.นครนายก ที่มีความสนิทกัน จํานวน 3 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 10 ไร่ มูลค่ารวมประมาณ 18.6 ล้านบาท โดยให้บุคคลในครอบครัวเป็นผู้ถือกรรมสิทธิแทนในลักษณะอําพรางปกปิด ซึ่งถือว่าเป็นการกระทําที่ส่อไปในทางทุจริต และถือเป็นความผิดอาญาฐานร่วมกันฟอกเงิน จึงนำไปสู่การเปิดปฏิบัติการดังกล่าวในวันนี้ขึ้นมาเพื่อตามตรวจค้นจับกุมและตรวจยึดทรัพย์สินที่ดินเหล่านี้กลับคืนสู่พระพุทธศาสนา

 

 

โดยหลังจากนี้ทาง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องจะมีการจัดแถลงข่าวสรุปผลการปฏิบัติการอย่างละเอียดอีกครั้ง ในเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันเดียวกัน ที่ ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 อาคารสำนักงานกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)

 

ขอบคุณที่มา sanook


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
AHF – หอวังนนท์ รณรงค์วัยใสใช้ถุงยางอนามัยป้องกันโรคเชิญ “ชูรัก ชูรส” ร่วมกิจกรรม “ถุงยางอนามัย ทันสมัยอยู่เสมอ”
GoldenHome Living แบรนด์เฟอร์นิเจอร์จีนขยายฐานการผลิตในไทย!
“สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์สมเด็จพระสังฆราช ในพิธีประทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษา
“มาดามเดียร์” เดินหน้าทำตามสัญญาประชาชน ยื่นร่างกฎหมาย “สมรสเท่าเทียม-อากาศสะอาด”
AHF ร่วมกับ โรงเรียนวัดราชโอรส จัดกิจกรรมวันเอดส์โลก “อยากรัก ไม่ผิด…อย่าลืมคิดที่จะป้องกัน”
สำนักงาน ป.ย.ป.จัดการสัมมนาเพื่อสรุปผลการขับเคลื่อนภารกิจ“ความร่วมมือสู่ความสำเร็จ”