วันพุธ, 21 กุมภาพันธ์ 2567

“นพ.ชลน่าน” ย้ำชัด! การใช้บัตร 2 ใบ แต่คนละเบอร์ เหมือนทำลายระบอบประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนสับสน!

“นพ.ชลน่าน” ย้ำชัด! การใช้บัตร 2 ใบ แต่คนละเบอร์ เหมือนทำลายระบอบประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนสับสน!

ล่าสุดวันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 65) เมื่อเวลา 09.50 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ ร่างที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) พรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคก้าวไกล และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 6 ฉบับ ได้แก่ ร่างที่เสนอโดยครม. พรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคประชาชาติ พรรคร่วมรัฐบาล พรรคก้าวไกล และพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งสิ้น 10 ฉบับ

เมื่อเข้าสู่วาระการประชุม นายชวน ได้ให้ผู้เสนอร่างแต่ละฉบับ ชี้แจงหลักการและเหตุผลของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. โดยสาระสำคัญร่างพ.ร.ป.การเลือกตั้งส.ส. มี 2 ประเด็น คือ แก้สัดส่วน ส.ส.จากเดิมที่มี ส.ส.แบ่งเขต 350 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน เปลี่ยนใหม่เป็น ส.ส.แบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน

อีกประเด็นคือ เปลี่ยนระบบเลือกตั้งจากเดิมที่ใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสมบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ เปลี่ยนไปใช้ระบบเลือกตั้งแบบผสม บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ใบหนึ่งเลือก ส.ส.เขต อีกใบเลือกพรรคการเมือง จากนั้นนำคะแนนไปคำนวณที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อแต่ละพรรค ทั้งนี้ ในส่วนวิธีการคำนวณ ผู้เสนอร่างแต่ละฉบับยังเห็นต่างกัน

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชี้แจงว่า ร่างแก้ไขของพรรคเพื่อไทยมี 31 ประเด็น ซึ่งเจตจำนงที่ให้ใช้บัตร 2 ใบ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งของระบบการเมือง แต่การใช้บัตร 2 ใบ แต่คนละเบอร์ เหมือนทำลายระบอบประชาธิปไตย เพราะสร้างความสับสนให้ประชาชน ส่วนการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ เราเสนอให้เป็นสัดส่วนที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับจำนวนคะแนนรวม

ขณะที่นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ที่หลายคนกังวลว่าหมายเลขพรรคและผู้สมัครแตกต่างกัน จะทำให้ประชาชนสับสนนั้น ตนเชื่อในวิจารณญาณของประชาชนว่าจะตัดสินใจเลือกได้ ไม่มีใครจะไปชี้นำหรือไปบอกว่าเลือกหมายเลขเดียวกันทั้งบัตรใบที่หนึ่ง และใบที่สองได้

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ชี้แจงว่า ประเด็นของพรรคก้าวไกลที่นำเสนอ คือ 1.ต้องเรียบง่ายโดยผู้สมัครแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเดียวกันต้องเบอร์เดียวกัน 2.ต้องโปร่งใสโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเปิดเผยผลคะแนนดิบรายหน่วยสู่สาธารณะโดยไม่ต้องร้องขอ และให้มีการสังเกตการณ์เลือกตั้งได้ 3.ต้องรับผิดชอบแก้ปัญหาบัตรเขย่ง แก้เรื่องคะแนนนอกราชอาณาจักร และมีความรับผิดชอบของผู้จัดการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคเห็นว่าข้อผิดพลาดเรื่องการขนส่งเหมือนการเลือกตั้งปี 2562 ไม่ควรนำมาเป็นเหตุให้คะแนนของประชาชนตกหล่นได้ และ 4.สภาต้องเข้มแข็งด้วยการแก้ไขปัญหา ส.ส.ปัดเศษ โดยการกำหนดให้มีคะแนนขั้นต่ำ เนื่องจากสภาชุดปัจจุบันมีส.ส.ปัดเศษที่รวมตัวกันเพื่อต่อรองทางการเมือง อีกทั้งมีอำนาจต่อรอง ทำให้สภาล่มได้

นายชวน กล่าวว่า ตนขอปกป้องสภาในฐานะที่อยู่มาหลายสมัย ซึ่งสภาชุดปัจจุบันไม่ได้เลวร้ายกว่าสมัยก่อน เรื่ององค์ประชุมมีปัญหาบ้างเป็นธรรมดา แต่ดูจากผลงานแล้ว ขอชื่นชมสมาชิกที่ให้ความร่วมมือ เราพูดได้ว่ากฎหมายรัฐบาลไม่ได้ค้างเลยแม้แต่ฉบับเดียว ซึ่งเราต้องช่วยกันประคับประคอง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง