วันอังคาร, 24 พฤษภาคม 2565

ราชกิจจาฯ ประกาศ ผู้โดยสารรถยนต์นั่งด้านหลังไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ฝ่าฝืนปรับ 2,000 บาท

 

วันที่ 10 พ.ค.2565 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2565 เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2565 จำนวน 18 หน้า โดยพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หรือมีผลบังคับใช้ในอีก 4 เดือนข้างหน้า หรือประมาณวันที่ 5 ก.ย.2565

สำหรับสาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ นอกจากเรื่องการกำหนดความปลอดภัยสำหรับเด็กที่เจ้าของรถจะต้องจัดให้มีที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กหรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตราย หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปีแล้ว

ส่วนประเด็นสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่กฎหมายกำหนดไว้คือ มาตรา 123 ภายใต้บังคับมาตรา 123/1 ในขณะขับรถยนต์ ผู้ที่อยู่ในรถยนต์ทั้งผู้ขับขี่ และคนโดยสารที่นั่งแถวตอนหน้าและที่นั่งแถวตอนอื่น (เบาะหลัง) ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งตลอดเวลาในขณะโดยสารรถยนต์

ซึ่งกรณีนี้เคยเป็นข้อกำหนดหรือข้อปฏิบัติที่กฎหมายเคยประกาศมาก่อนหน้านี้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่เรื่องดังกล่าวเงียบหายไป ซึ่งในปัจจุบันพฤติกรรมของผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าจะคุ้นชินกับการคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่แล้ว แต่ผู้โดยสารตอนหลังยังเคยชินกับการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์สาธารณะ

ซึ่งหลังจากนี้ เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ในอีก 120 วัน หรือประมาณต้นเดือนก.ย.2565 ผู้โดยสารที่นั่งตอนหลังทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์สาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถรับจ้างทั่วไป จะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาที่โดยสารในรถตามที่กฎหมายกำหนด

หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรา 148 ระบุไว้ชัดว่า ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท (สองพันบาท)

รายละเอียด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ราชกิจจาฯ ประกาศมาตราการรับมือโควิด-19 ช่วงสงกรานต์ ห้ามเล่นน้ำ-ปะเเป้ง เริ่ม 1 เม.ษ. นี้
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ระเบียบประกันสังคม การขอรับเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 40
ประกาศราชกิจจาฯ จัดตั้ง”แผนกคดีซื้อขายออนไลน์ในศาลแพ่ง” บังคับใช้แล้ว!
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ประกาศกรมการปกครอง ยกเลิกการเรียกสำเนาบัตรปชช.-สำเนาทะเบียนบ้าน
ราชกิจจาฯ (ประกาศมีผลวันนี้ 1 พ.ย.) ปรับปรุงเกณฑ์ออกใบรับรองการสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด
ประกาศ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดยศ-เรียกคืนเครื่องราชฯ 6นายทหาร ประพฤติชั่วร้ายแรง