วันอังคาร, 25 มิถุนายน 2567

ระดมเจาะบ่อเติมน้ำใต้ดินระดับตื้น 696 ตำบล 23 จังหวัด

‘กรมน้ำบาดาล’ ระดมเจาะบ่อเติมน้ำใต้ดินระดับตื้น 696 ตำบล ใน 23 จังหวัดแล้วกว่า 250 แห่ง คาดว่าเสร็จต.ค. นี้ 

วันที่ 6 ก.ย. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ขานรับนโยบายรัฐบาล โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้มอบหมายให้ ทส.วางแผนการเติมน้ำใต้ดินตลอดฤดูฝนนี้ให้มากที่สุด เพื่อเป็นน้ำต้นทุนในฤดูแล้งหน้า

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ขับเคลื่อนภารกิจการเติมน้ำใต้ดินระดับตื้นมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 – 2564 จำนวนทั้งสิ้น 1,528 แห่ง ได้แก่ พื้นที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จำนวน 500 แห่ง พื้นที่ จ.จันทบุรี และระยอง จำนวน 30 แห่ง ส่วนอีก 998 แห่ง ดำเนินการในพื้นที่ 64 จังหวัด 396 อำเภอ จำนวน 998 ตำบล

ผลที่เกิดขึ้นจากการเติมน้ำใต้ดินจะทำให้ระดับน้ำใต้ดินรอบๆ บ่อเติมน้ำค่อยๆ ยกตัวสูงขึ้น และเมื่อมีการก่อสร้างระบบเติมน้ำในพื้นที่กระจายตัว เพิ่มมากขึ้น ระดับน้ำใต้ดินจะยกตัวขึ้นเป็นบริเวณกว้าง เกษตรกรจะสามารถสูบน้ำที่กักเก็บไว้ใต้ดินในช่วงฤดูฝน กลับขึ้นมาใช้ประโยชน์ในฤดูแล้งได้ในระยะยาว และในทางกลับกัน เมื่อปริมาณน้ำหลากท่วมในช่วงหน้าฝนถูกระบายลงไปเก็บไว้ในชั้นใต้ดินมากขึ้น ก็จะเป็นการตัดทอนปริมาณน้ำที่ไหลล้นและท่วมในพื้นที่ลงไปได้ จึงเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังได้อีกทางหนึ่ง

ดังนั้น การเติมน้ำใต้ดินระดับตื้น จึงเป็นการแก้ไขปัญหาการลดระดับลงของชั้นน้ำใต้ดิน ช่วยฟื้นฟูระดับน้ำใต้ดินให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้พลังงานเพื่อการสูบน้ำน้อยลง จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

ยืนยันว่าการเติมน้ำใต้ดินระดับตื้นจะไม่ส่งผลกระทบกับบ่อน้ำบาดาลที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลดำเนินการในปัจจุบัน เนื่องจากบ่อน้ำบาดาลจากทุกโครงการขุดเจาะในชั้นน้ำบาดาลระดับลึกตั้งแต่ 100-500 เมตร ซึ่งไม่ใช่ชั้นน้ำบาดาลในระดับเดียวกันกับการเติมน้ำใต้ดินระดับตื้น